แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวบทความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวบทความ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Студенческий календарь в стиле НЮ

Студентки Кардиффского университета решили помочь своей подруге,которая собирает деньги на операцию для своей матери. Они снялись в календаре в стиле НЮ, а всю выручку отдали своей подружке. В целом, календарь получился очень даже неплохим ;)


























วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

30 วิธีสร้างสุขสันต์..ฉันท์สามี-ภรรยา

30 วิธีสร้างสุขสันต์..ฉันท์สามี-ภรรยา

ปฏิเสธ ไม่ได้ว่า การจะมีชีวิตคู่ที่ไปกันได้ตลอดรอดฝั่งนั้น นอกจากความรักแล้วยังต้องมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมากมาย วันนี้เราได้รวบรวม 30 วิธีสร้างสุขสันต์ฉันท์สามีภรรยามาฝากให้อ่านกัน เผื่อว่าจะเป็นวัสดุชั้นดีให้ใครหลาย ๆ คนนำไปเติมเต็มชีวิตรักในวันนี้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยครับ


1. สิ่งสำคัญที่ผู้ครองเรือนต้องสร้างให้เกิดขึ้นในจิตใจ คือ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะด้านความประพฤติ และความห่วงใยเอาใจใส่ต่อกัน
2. ถ้าคิดแต่เรื่องดี ๆ จิตใจก็จะเบิกบานเป็นสุข ร่างกายก็กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา จะทำอะไรก็ทำอย่างมั่นใจ ทำด้วยความสนุกเพลิดเพลิน ทำให้สิ่งที่ตั้งใจทำได้ผลลออกมาดี
3. ชีวิตคู่ที่หวานชื่น และสุขสมนั้น ต้องเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เคารพนับถือซึ่งกันและกัน และให้อภัยกัน
4. ไม่นอกใจสามี หรือนอกใจภรรยา ข้อนี้ก็เช่นเดียวภาระหน้าที่ของสามีที่จะไม่ประพฤตินอกใจภรรยา ภรรยาก็เช่นกัน ไม่ควรนอกใจสามีไม่ว่ากรณีใด ๆ ตราบเท่าที่ยังรักกันอยู่
5. อย่าเปลี่ยนเขา แต่พยายามเปลี่ยนที่ตัวคุณเอง อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาทำอะไรให้คุณไม่ชอบใจ ชนิดรับกันไม่ได้จริง ๆ ลองบอกสิ่งนั้นให้เขาฟัง แต่อย่าใช้น้ำเสียงโมโหโกรธาหรือตั้งท่าจะราวี
6. หากสามีไปมีผู้หญิงอื่น ถ้าตัดสินใจว่าจะอยู่ด้วยกันก็ต้องอยู่อย่างมีความสุข โดยเริ่มต้นจากการให้สามีทำสิ่งนี้เพื่อล้างผิด (ถ้าทำได้) เช่น ให้ไปปฏิบัติธรรมสัก 3-10 วัน หลังจากนั้นควรมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย จิตใจจะได้ค่อย ๆ ปรับตัว และให้อภัยกันในที่สุด
7. ก่อนที่จะมีลูกนั้น ควรพิจารณาถึงความพร้อมให้ดีเสียก่อน ซึ่งการจะมีลูก จะมีกี่คนก็ตาม ควรมีด้วยความภูมิใจ ความพร้อม ความรัก จึงจะสร้างความสุขให้แก่ครอบครัวได้
8. หลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบ ถึงแม้คนเราจะโกรธกัน ทะเลาะกัน ก็ไม่ควร หรือเลี่ยงให้มากที่สุด เพราะจะทำให้ภาพพจน์ตกต่ำ และยังขาดความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ส่วนลูก ๆ ก็จะเสียใจที่ได้ยินคำเหล่านั้นจากปากคุณพ่อคุณแม่
9. เมื่อแต่งงานกันแล้ว ไม่ควรนำความผิดพลาดในอดีตมาพูดกันอีก เราไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่ต้องให้อภัยกันได้ ซึ่งอดีตก็คือเรื่องของอดีต ไม่ควรนำมาเกี่ยวโยงจนทำให้ชีวิตรักในปัจจุบันต้องสั่นคลอน
10. อย่าโกรธพร้อมกัน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องสอนกัน ถ้าคนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนหนึ่งต้องเป็นน้ำ พยายามอย่าเป็นไฟด้วยกันทั้งคู่ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ขอให้ใช้ความรักพูดคุยกัน นึกถึงแต่เรื่องราว และความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กัน (เพราะบางครั้งเหตุผลก็แก้ปัญหาไม่ได้)
11. สามีจะต้องไม่เริ่มต้นใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงด้วยวาจา หรือการกระทำก็ตาม เช่น การซ้อม การใช้เข่า ศอก หมัด เป็นเครื่องแก้ปัญหา เพราะความรุนแรงอาจก่อให้เกิดการทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะต่อหน้าลูก จะทำให้เป็นบาดแผลในใจลูก ส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา
12. ไม่ควรตะโกนใส่กัน (ยกเว้นบ้านไฟไหม้) ถ้ามีปัญหากันก็พูดกันดี ๆ อย่าตะโกน หรือท้าว่าจะหย่ากัน
13. จะวิพากษ์วิจารณ์กันก็ต้องระวัง และทำอย่างทะนุถนอมน้ำใจกัน
14. ถ้าทำผิด อย่าลังเลที่จะขออภัย แต่ควรแสดงความรู้สึกเสียใจ และกล่าวคำว่า "ขอโทษ" เมื่อกระทำผิด อย่าเป็นประเภทที่เรียกว่า "ปากแข็ง" นั่นไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาหรอกครับ แถมยังจะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นตามมาอีกด้วย
15. ไม่ควรเข้านอนโดยไม่ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ถ้ามีเรื่องที่บาดหมางกัน ควรพูดคุยกันให้จบ


16. ยามทะเลาะกัน คนที่ผิดมากที่สุดคือคนที่พูดมากที่สุด ถ้าอยากเป็นคนผิดน้อยเมื่อทะเลาะกัน พยายามนิ่งให้มากที่สุดจะดีกว่า
17. แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป ควรมอบความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคงอย่างจริงใจต่อเขาและเธออย่างสม่ำเสมอ เช่น ยังคงแคร์ความรู้สึกของกันและกันไม่เคยเปลี่ยน ยังเคยห่วงใยดูแลกันและกันไม่เคยเปลี่ยน เป็นต้น
18. เรียนรู้จากความล้มเหลวของตัวเอง แทนที่จะหาข้อแก้ตัวด้วยการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง หรือโยนความผิดให้แก่คนอื่น
19. เลี้ยงดูอุปการะ หรือดูแลกันและกันในยามเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ทอดทิ้งกัน แต่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
20. เป็นคนที่คอยปลอบอกปลอบใจกันและกันในยามที่ผิดหวัง พร้อมกับให้กำลังใจกันเพื่อให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ และฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตต่อไป
21. สามี และภรรยาทุกคนต้องการเป็นคนดีของครอบครัว และทุกคนก็มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไม่ดีในตัวเองให้เป็นสิ่งที่ดีได้
22. อย่าให้คุณค่าของภรรยาอยู่ที่อายุหรือความงาม สามีควรจะเห็นว่า ความงามของภรรยาเป็นเพียง "โบนัส" ไม่ใช่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ขณะที่ภรรยาควรตระหนักว่า ตัวเองก็มีคุณค่า โดยไม่ขึ้นกับอายุหรือความงาม
23. อยากได้อะไรควรนึกถึงคู่ชีวิตของเราก่อน
24. สามีจะหลงภรรยาวัยทองมากกว่าเด็กสาว ๆ ก็เพราะความพร้อมทางกายและจิตใจ ความอ่อนหวาน คือ รู้ใจทุกอย่าง มองตาก็รู้ใจสมกับวัยทอง
25. อดออม การที่คนสองคนมาใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันนั้น เงินทองย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตร่วมกัน หากทั้งสองรู้จักอดออมถนอมทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความยากลำบากร่วมกัน และพิจารณาการใช้อย่างถูกต้องแล้ว นาวารักของทั้งสองก็จะสามารถฝ่ามรสุมต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี
26. พร้อมใจกันเลิกกินเหล้า เลิกสูบบุหรี่ เลิกเล่นหวยและการพนัน รวมทั้งไม่สร้างหนี้สร้างสินให้กับครอบครัว
27. ให้ความเคารพนบน้อมบุพการีของกันและกัน
28. เรื่องที่ทะเลาะกันไปตั้งหลายเดือนก่อน ไม่ต้องสะสมแต้มยกมาทะเลาะกันอีกในคราวหลัง
29. ถ้ามีปัญหาในชีวิตคู่ ควรช่วยกันแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ ๆ อย่าตัดสินใจคนเดียว
30. การรู้จักให้อภัยกัน ไม่ถือโทษโกรธกันแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นคุณธรรมที่จะช่วยค้ำจุนชีวิตคู่ให้ประสบความสุขความเจริญ
หากในบ้านที่มวลของความรักพัดผ่าน ไหลเวียนถ่ายเทดี สมาชิกในบ้านก็จะมีสุขภาพดีทั้งกาย และใจ ถึงแม้อากาศนอกบ้านจะร้อนสักเพียงใด แต่เชื่อเถอะครับว่า เราจะไม่ร้อนใจ เพราะบรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความร่มเย็นเป็นสุขนั่นเอง


 

ไมเกรน เลี่ยงได้ไม่ยาก


ไมเกรน เลี่ยงได้ไม่ยาก

ก่อนที่จะพึ่งยาแก้ปวดไมเกรนครั้ง ต่อไป ลองมาดูว่ามีวิธีไหนที่ช่วยบรรเทา หรือหยุดอาการปวดหัวให้หมดไปได้ อายุรแพทย์แนะนำวิธีหยุด/หลีกเลี่ยงอาการ ปวดศีรษะไมเกรน โดยไม่ต้องพึ่งยา หนึ่งในเรื่องทรมานที่พบมากในหญิงวัยทำงาน


ก่อนที่จะพึ่งยาแก้ปวดไมเกรนครั้งต่อไป ลองมาดูว่ามีวิธีไหนที่ช่วยบรรเทา หรือหยุดอาการปวดหัวให้หมดไปได้ จากคำแนะนำของ เรืออากาศโท นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์จากคลินิกโรคปวดศีรษะ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ
 
เพราะการกินยาไม่ใช่คำตอบสุดท้าย บางคนกินยาเข้าไปแล้วอาการปวดก็ยังไม่หาย แถมยังสะสม ส่งผลกระทบต่อตับและไตตามมาในภายหลัง หรือในคนไข้บางคนที่ไม่สามารถกินยาแก้ปวดไมเกรน เนื่องจากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ยาไมเกรนจึงไม่ใช่ทางออกเสมอไป
 
แล้วถ้าไมเกรนมาเยือนครั้งต่อไป จะต้องทำอย่างไร คุณหมอ บอกว่า อันดับแรกจะต้องหาสาเหตุของอาการปวด โดยสังเกตดูว่าทุกครั้งที่มีอาการปวดหัว เริ่มต้นจากอะไร เพราะแต่ละคนมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวแตกต่างกัน
 
"บางคนอาการป่วยมาพร้อมกับความเครียด และพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ บางคนเริ่มปวดหัวหลังการเผชิญกับแสงแดดจ้าในเวลากลางวัน หรืออากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บางคนรู้สึกปวดหัวทุกครั้งที่เข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง หรือได้กลิ่นฉุนจากน้ำหอม กลิ่นควันธูป เหล่านี้คือปัจจัยยอดฮิตที่ทำให้อาการปวดกำเริบ และเป็นปัญหาใหญ่ของคนไข้ไมเกรนในปัจจุบัน"คุณหมอกล่าว
 
นอกจากปัจจัยที่ว่ามาแล้ว อาหารบางประเภทยังมีส่วนเสริมทำให้ไมเกรนกำเริบ เช่น อาหารแปรรูปอย่างไส้กรอกรมควัน ที่มีส่วนผสมของสารกันบูด อาหารประเภทหมักดอง ผงชูรส น้ำตาลเทียม ผลไม้บางชนิด เช่น กล้วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไวน์แดง เบียร์ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน กาแฟ ชา โกโก้ น้ำอัดลม ตลอดจนชีสและผงชูรส
 
หรือผู้หญิงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงมีรอบเดือน ทำให้สมองมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น และการอดอาหารก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นไมเกรนได้เช่นกัน เมื่อค้นหาสาเหตุเจอแล้ว สิ่งที่ควรทำคือหลีกเลี่ยง หรือหยุดปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นให้ได้
 
คุณหมอย้ำว่า การที่คนไข้เดินทางมาพบแพทย์ จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เหมาะสมกับอาการที่เป็น แม้กระทั่งข้อปฏิบัติในการทานยาไมเกรนที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เช่น เมื่อรู้สึกปวดแล้วให้รีบกินทันทีเพื่อระงับอาการ แทนที่จะทนให้อาการปวดรุนแรงก่อนถึงจะกินยา ซึ่งเป็นผลเสีย เพราะเมื่อร่างกายเข้าใจว่ายอมรับกับอาการปวดได้ ก็จะเริ่มปรับระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้น
 
"การค้นหาสาเหตุให้พบจะนำมาสู่การรักษาอย่างถูกวิธี เพราะหลายครั้งที่แพทย์ตรวจพบว่า สาเหตุของไมเกรนไม่ได้มากจากปัจจัยกระตุ้นจากภายนอก แต่เป็นอาการปวดที่มาจากปัจจัยภายใน เช่น ปวดไมเกรนจากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งต่อให้ทานยาเป็นประจำก็ใช่ว่าจะหาย"คุณหมอกล่าว
 
นอกจากการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของไมเกรนด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ปัจจุบันมีการนำเทคนิคใหม่ในการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดศีรษะอย่างได้ผล เช่น ไบโอฟีดแบ็ค (Biofeedback) เพื่อวัดการทำงานของร่างกายขณะปวดหัว เปรียบเทียบกับในยามที่ร่างกายปกติ ไม่ว่าจะเป็น อัตราการเต้นของหัวใจ กล้ามเนื้อ ความดัน อุณหภูมิ ใช้เป็นเกณฑ์ในการฝึกร่างกายให้ผ่อนคลาย กำหนดลมหายใจ ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ เพื่อให้อาการปวดค่อยๆ ทุเลา และทานวิตามินเสริม เช่น วิตามินบี 2 เกลือแร่ และโคเอนไซม์คิว10
 
ส่วนกรณีอาการปวดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท จากความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย ท่านั่ง ยืน เดิน หรือนอนที่ไม่ถูกต้อง ทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล และเกิดการฉีกขาดได้นั้น การทำกายภาพบำบัดที่มีส่วนช่วยแก้อาการปวดหัวได้เช่นกัน
 
เทคนิคสุดท้ายที่จะหลีกเลี่ยงไมเกรนคือ การแพทย์ทางเลือกอย่าง การฝังเข็มบริเวณหน้าผาก ขมับ ท้ายทอย กลางกระหม่อม และกระบอกตา จะช่วยให้เส้นลมปราณที่ติดขัด ไหลเวียนได้สะดวก ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อบริเวณที่มีปัญหาให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น ผลจากฝังเข็ม 10 ครั้ง ใน 1 เดือน สามารถบรรเทาอาการปวดในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี

ยืนยัน “เมแกน ฟอกซ์” (Megan Fox) ป่องแล้ว

ยืนยัน “เมแกน ฟอกซ์” (Megan Fox) ป่องแล้ว

ยืนยัน “เมแกน ฟอกซ์” (Megan Fox) ป่องแล้ว

มีคำยืนยันจากสำนักข่าวชื่อดัง ว่า ดาราสาวเซ็กซี “เมแกน ฟอกซ์” (Megan Fox) ได้ตั้งท้องลูกคนแรกแล้ว หลังก่อนนี้เธอเคยเปรยว่ารักการเป็นแม่ และอยากจะมีลูกสัก 2-3 คน

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แพทยสภาชง ให้เด็กอายุ 15 ตรวจโรคเอดส์ ไม่ต้องขออนุญาตผู้ปกครอง

โรคเอดส์,เอดส์,แพทยสภา,เด็กตรวจโรคเอดส์
 

     นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ที่ปรึกษาแพทยสภา เตรียมออกข้อบังคับให้เด็กที่อายุ 15 สามารถตรวจโรคเอดส์ได้เอง โดยไม่ได้ขอผู้ปกครอง จากเดิมที่กำหนดอาบุไว้ที่ 18 ปี เนื่องจากปัจจุบันเด็กได้มีเพศสัมพันธืกันเร็วขึ้น และเสี่ยงต่อการติดโรค

นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ที่ปรึกษาแพทยสภาในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาแนวทางปฎิบัติการตรวจหาการ ติดเชื้อเอชไอวีในบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี กล่าวว่า ในการประชุมอนุกรรมการมีความเห็นชอบในหลักการที่จะให้มีการแก้ไขแนวทางปฎิ บัติของแพทย์เกี่ยวกับเรื่องเอดส์ ซึ่งเดิมจะอนุญาตให้แพทย์ตรวจการติดเชื้อเอชไอวีในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองเท่านั้น แต่เนื่องจากปัจจุบันเด็กวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น และ เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี จึงจำเป็นต้องแก้ไขแนวทางปฎิบัติ เพื่อให้วัยรุ่นเข้ารับการตรวจเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ปกครอง โดยจะมีการหารืออีกครั้งถึงกำหนดอายุ

แต่มีความเป็นไปได้ที่จะกำหนดให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป ตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ปกครอง เนื่องจากเด็กในวัยนี้มีความสามารถในการเข้าใจ และตัดสินปัญหาไม่ต่างจากผู้ใหญ่ และอาจจะมีการเพิ่มเติมการตรวจในส่วนของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หรือ หนองใน ด้วย เนื่องจากปัจจุบันพบว่า วัยรุ่นมีแนวโน้มติดเชื้อมากขึ้นเช่นกัน

โดยข้อสรุปในการประชุมอีกครั้ง วันที่ 19 มีนาคม 2555 จะนำเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการแพทยสภา เพื่อออกเป็นข้อบังคับแพทยสภา นอกจากนี้อนุกรรมการจะมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่ง ชาติ (สปสช.) เพื่อขอให้พิจารณาการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่วัยรุ่นที่สมัครใจเข้าตรวจการ ติดเชื้อดังกล่าว โดยไม่ต้องจ่ายเงินในการเข้าตรวจ สามารถตรวจได้ในทุกสถานพยาบาลที่ต้องการ ไม่เฉพาะเจาะจงแต่ในคลินิกนิรนามเหมือนในปัจจุบัน และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการตรวจ ซึ่งเดิมให้เพียง 2 ครั้งต่อปี

ขอบคุณข้อมูลจาก

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ประกาศปรับราคาตั๋วหนังฟอร์มยักษ์เพิ่มที่นั่งละ 20 บาท พร้อมจับมือเซเว่นฯ - เคาน์เตอร์เซอร์วิสเปิดจุดขายตั๋วเครือเมเจอร์

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ประกาศปรับราคาตั๋วหนังฟอร์มยักษ์เพิ่มที่นั่งละ 20 บาท พร้อมจับมือเซเว่นฯ - เคาน์เตอร์เซอร์วิสเปิดจุดขายตั๋วเครือเมเจอร์



นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ฯ ทั้ง 5แบรนด์ ได้ปรับระบบการขายตั๋วหนังใหม่ ในรูป แบบ Multi Price แบ่งเป็นทำเล และประเภทของโรงหนัง เช่น โรงหนัง 2D ราคาที่นั่งละ 140บาท , โรงหนังดิจิทัล ราคา 160บาท,โรงหนังดิจิทัล 3D ราคา 240บาท เป็นต้น และจะปรับราคาหนังฟอร์มยักษ์ ที่มีการลงทุน เพิ่มอีกที่นั่งละ 20บาท

การปรับราคาดังกล่าวสอดคล้องกับต้นทุนของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ทั้งในและต่างประเทศที่มีการลงทุนสูงกว่าหนังทั่วไป ที่ผ่านมาค่ายหนังจากฮอลลีวู้ดได้เรียกร้องส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้น โดยมองว่า ราคาตั๋วหนังในไทยยังต่ำกว่าอีกหลายประเทศในเอเชีย

“ปกติเมเจอร์จะปรับราคาเฉลี่ย 3-5%ทุกปีตามภาวะต้นทุน และอัตราเงินเฟ้อ การปรับราคาแบบ Multi Price จะไม่ทำให้ภาพรวมราคาตั๋วหนังเพิ่มขึ้นมากนัก”

และล่าสุด เมเจอร์ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดบริการ Major Express Ticket Service เปิดให้บริการ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่มีอยู่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 6,000สาขา และ เคาน์เตอร์เซอร์วิส 2,000สาขา รวมกว่า 8,000 สาขา เพื่อให้ผู้ชมที่จองตั๋วผ่านโทรศัพท์มือถือ, แอพพลิเคชั่น, เว็บไซต์ และเฟซบุ๊ค สามารถชำระตั๋วที่เคาน์เตอร์ เซอร์วิส และนำสลิปไปเข้าชมภาพยนตร์ได้ทันที คาดว่า บริการดังกล่าวจะทำให้มีผู้ชมเพิ่มขึ้น 10-20%สามารถชำระตั๋วที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสและนำสลิปเข้าไปชมภาพยนตร์ได้ ทันที


วิจัยพบ ‘รถไฟฟ้า’ อันตรายกว่ารถใช้น้ำมัน

วิจัยพบ ‘รถไฟฟ้า’ อันตรายกว่ารถใช้น้ำมัน
 




นักวิจัยจีนศึกษา 34 เมืองในจีน พบใช้รถไฟฟ้าอันตรายกว่า ปล่อยมลพิษเป็นฝุ่นละอองอนุภาคละเอียดมากกว่ารถใช้น้ำมันจากปิโตรเลียมทั่วไป
ที่ ผ่านมารถไฟฟ้าถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้ในเขตเมืองใหญ่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยใหม่ของทีมงานผู้ช่วยศาสตราจารย์คริส เชอร์รี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมในจีน ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม โดยพบว่า รถไฟฟ้าทำให้เกิดผลกระทบจากมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่า รถใช้น้ำมันจากปิโตรเลียมแบบเดิมๆ


ทั้งนี้ นักวิจัยได้วิเคราะห์การ แพร่กระจายฝุ่นและผลกระทบต่อสุขภาพของเทคโนโลยียานยนต์ 5 ประเภทคือ รถที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล รถประจำทางดีเซล มอเตอร์ไซค์และรถยนต์ไฟฟ้าใน 34 เมืองของจีน โดยเน้นอนุภาคฝุ่นละเอียดที่เป็นอันตราย พบว่า การจ่ายกระแสไฟฟ้าตามสถานีเพื่อเพิ่ม พลังให้กับรถไฟฟ้าเป็นสาเหตุให้เกิด ฝุ่นละอองที่มีอนุภาคละเอียด (fine particle emissions) มากกว่ารถที่ใช้น้ำมันจากปิโตรเลียมปรกติทั่วไป


นักวิจัยชี้ว่า ฝุ่นละอองอนุภาคละเอียดเป็นผลจากการเผาไหม้ เชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมันดิบ ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ) และยังมีพวกกรด สารอินทรีย์ โลหะและฝุ่นดินรวมอยู่ด้วย และสำหรับรถไฟฟ้าฝุ่นละอองเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในแหล่งจ่ายไฟฟ้า มากกว่าตำแหน่งที่นำรถไปใช้ เพราะในจีนการผลิตกระแสไฟฟ้า 85% มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมันดิบ ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ) และประมาณ 90% มาจากถ่านหิน


ทั้งนี้ นักวิจัยเน้นศึกษาในจีนเนื่องจากรถไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จนมีจำนวนรถยนต์และ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแซงหน้ารถยนต์แบบเดิมในอัตราส่วน 2 ต่อ 1




ที่มา http://news.voicetv.co.th/

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Photo of Huge (55ft) snake shocks World

Photograph purporting to show a 55ft snake found in a forest in Malasia has become an internet sensation.
serpiente gigante
The thread claimed the snake was one of two enormous boas found by workers clearing forest for a new road. They apparently woke up the sleeping snakes during attempts to bulldoze a huge mound of earth.
“On the third dig, the operator found there was blood amongst the soil, and with a further dig, a dying snake appeared,” said the post.
“By the time the workers came back, the wounded boa had died, while the other snake had disappeared. The bulldozer operator was so sick that he couldn’t even stand up.”
The post claimed that the digger driver was so traumatised that he suffered a heart attack on his way to hospital and later died.
The dead snake was 55ft (16.7m) long, weighed 300kg and was estimated to be 140 years old, according to the post.

ภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดที่ตองก้า

วันที่ 18 มีนาคม นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดกับการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำ ใกล้ๆกับประเทศตองก้า (บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิคใต้)
นักธรณีวิทยาของตองก้าบอกว่า ไม่มีผลกระทบหรืออันตราย จากการที่ภูเขาไฟระเบิด
ก่อนการระเบิด มีการตรวจพบแผ่นดินไหว ความแรง 4.4 จากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ที่ทำให้เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำนี้


ควันพุ่งสูงกว่า 100 เมตรจากผิวน้ำ

รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



กลุ่มควันลอยทั่วท้องฟ้า
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



ถ่ายจากที่ไกล ก่อนทำการเข้าสังเกตการณ์
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



เข้าไปใกล้อีกนิด
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



ใกล้อีกหน่อย
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



เต็มๆตาเลย
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



จุใจเลย
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



ต่อเนื่อง
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



ชิดใกล้มาก
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



อย่างกับ special effect
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



NO CG
รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน



ถ่ายจาก coast of Nuku'Alofa ที่อยู่ใกล้ๆ

รูปภาพที่โพสต์โดยผู้ใช้งาน

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

The Nosu's exorcism ceremony, or the Yi ethnic group

The minority group « Yi » perpetuated their immemorial traditions. The purpose of the ceremony is to exorcize bad spirits and attract divine goodwill.
minority yi nosu
To implore divine mercy, the Yi can be very cheeky.
minority yi nosu
minority yi nosu

minority yi nosu