แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FW mail แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FW mail แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วันไม่เป็นมงคลสำหรับการแต่งงาน

วันไม่เป็นมงคลสำหรับการแต่งงาน
 
วันไม่เป็นมงคลสำหรับการแต่งงาน
 
วันที่ไม่ควรแต่งงาน
 
วันนี้ Horoworld จะมาบอกว่าวันไหนที่เราไม่ควรมีงานมงคล เช่น งานแต่งงาน มาใ้เพื่อนๆที่กำลังคิดที่จะแต่งงานได้รู้กันค่ะ
 
ใน สมัยก่อนคนโบราณมักมีความเชื่อว่า การกำหนดฤกษ์ยามจึงถือเป็นสิ่งสำคัญในอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มปลูกเสาเรือน การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ การทำพิธีโกนจุกรวมไปถึงการแต่งงานที่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นสร้างครอบครัว ใหม่อีกครอบครัวหนึ่ง

คนโบราณมีกฏข้อห้ามแต่งานตามวัน ได้แก่ วันพุธ วันอังคาร วันเสาร์และวันพฤหัสบดี แล้ว ยังห้ามแต่งในวันที่ ตรงกับวันอุบาทว์ วันโลกาวินาศ ซึ่งในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับการคำนวณ ทางโหราศาสตร์ สาเหตุที่ไม่นิยมแต่งงานในวันพุธ เพราะถือเป็นวันสุนัขนาม คือ ถือเคล็ด เกี่ยวกับ ชื่อยังค้นไม่เจอว่า ทำไมจึงถือเอาวันพุธเป็น วันสุนัขนาม สาเหตุที่ไม่นิยมแต่งงานในวันพฤหัสบดี เพราะถือว่าเป็นวันครู

และมีตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้า คือพระพฤหัสบดี ทำการแต่งงาน บุตรสาวของตนในวันนี้ ต่อมาบุตรสาว มีชู้จึงถือเป็นวันไม่ควรทำพิธีแต่งงาน บุตรสาวของ พระพฤหัสบดี คือ พระจันทร์ แต่งงานกับพระอาทิตย์ และพระอังคาร มาเป็นชู้ มีเรื่องฟ้องร้องกัน เกี่ยวกับ คติความเชื่อ ตามวันนั้น มีคำกล่าวติดปาก เป็นที่รู้จักกันดี คือ ห้ามเผาผีวันศุกร์ ห้ามโกนจุกวันอังคาร ( บางตำราว่า ห้ามปลุกผีวันอังคาร ) และห้ามแต่งงานวันพฤหัสบดี ดังนี้

1. คนไทยโบราณเชื่อว่าไม่ควรแต่งงานในเดือน 12
 
เพราะ ว่าเป็นช่วงที่สัตว์เริ่มหาคู่ โดยเฉพาะสุนัขที่เป็นช่วงติดสัตว์ รวมไปถึงเรื่องของฤดูที่ช่วงนี้เป็นฤดูฝนเกิดอุทกภัยมาก น้ำป่าไหลหลาก ทำให้ข้าวปลาอาหารไม่สมบูรณ์ การคมนาคมไม่สะดวก ไม่นิยมจัดงานแต่งงาน ช่วงนี้เพราะเชื่อว่าชีวิตคู่จะเกิดความลำบากได้ ซึ่งปัจจุบันความเชื่อนี้เริ่มเลือนหายไปแล้ว

2. เดือนที่ห้ามให้ฤกษ์แต่งงาน คือ เดือน 6 เดือน 3
 
ห้ามให้ฤกษ์ขึ้น หรือ แรม 4 ค่ำ เดือน 7 เดือน 10
 
ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือ แรม 8 ค่ำ เดือน 5 เดือน 8
 
ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 6 ค่ำ เดือน 11 เดือน 2
 
ห้ามให้ ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 12 ค่ำ เดือน 9 เดือน 12
 
ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 10 ค่ำเดือน 1 เดือน 4
 
ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ

3. ห้ามให้ฤกษ์แต่งงาน ดังนี้
 
วันอาทิตย์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ
 
วันจันทร์ ห้าม ขึ้น / แรม 11 ค่ำ
 
วันอังคาร ห้าม ขึ้น /แรม 7 ค่ำ
 
วันพุธ ห้าม ขึ้น /แรม 3 ค่ำ
 
วันพฤหัสบดี ห้าม ขึ้น / แรม 6 ค่ำ
 
วันศุกร์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ
 
วันเสาร์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ

ฉะนั้นความเชื่อแตกต่างกันไป ถ้าหากยึดถือเสียหมด คงไม่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ความเหมาะสม และความเชื่อซึ่งในแต่ละท้องถิ่น ไม่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรช่วง ของวันที่เป็น ฤกษ์ดี ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้โหรผู้รู้ ทางโหราศาสตร์ เป็นผู้จัดการหาฤกษ์ยาม
ที่ทำพิธีมงคลให้
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
 
 

ฮวงจุ้ย โต๊ะทำงาน สำหรับคนทั้ง 12 ราศี

 ฮวงจุ้ย โต๊ะทำงาน
สำหรับคนทั้ง 12 ราศี
ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน
 ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน
วันนี้  Horoworld นำเทคนิคการจัดโต๊ะทำงานให้สอดคล้องกับราศีเกิดทั้ง 12 ราศี มาให้เพื่อนๆได้นำลองไปทำดูจะได้ช่วยให้เรื่องงานมีแต่ความราบรื่น
 
 
ราศีเมษ (ARIES) 21มี.ค. - 20 เม.ย.

          ดาว เกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งการทำงานเด่นมากๆ อาจมีเรื่องต้องทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน หรือผู้เป็นเจ้านายบ่อยหน่อย ฉะนั้น ควรจะหาเพชรคริสตัลสีแดงมาวางบนโต๊ะทำงาน เพื่อสะท้อนเรื่องหงุดหงิดเหนื่อยใจออกไป และให้หาเทียนหอมสวยๆ มาจัดวางเพื่อกระตุ้นความรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงาน


 ราศีพฤษภ (TAURUS) 21 เม.ย. - 21 พ.ค.

          ดาว แห่งการขยับขยายเปลี่ยนแปลงเริ่มทำงานมากขึ้น นั่นเท่ากับว่าคุณน่าจะมีโอกาสที่จะได้รับงานใหม่ ๆ แต่ก็มักจะต้องเจอเรื่องติดขัด ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรจะเป็น ให้หาภาพภูเขามาวางหลังโต๊ะทำงาน และกระตุ้นโชคด้านการเปลี่ยนแปลงด้วยเสื้อผ้าที่มีสีชมพู และน้ำตาล




 
 ราศีเมถุน (GEMINI) 22 พ.ค. - 21มิ.ย.

          มี การเปลี่ยนแปลงหน่วยงาน หรือได้รับมอบหมายงานโปรเจกต์ใหม่ๆ แต่จะมีดาวแห่งความขี้เกียจทำงานอยู่เหมือนกัน เท่ากับว่าคุณอาจถูกตำหนิจากการทำงานที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบเอาได้ด้วย กระตุ้นความกระตือรือร้น ด้วยการเน้นแสงสว่าง หาโคมไฟ หรือเชิงเทียนเก๋ๆ มาวางประดับ เพื่อใช้กระตุ้นพลังงานแห่งความขยัน

 
 ราศีกรกฎ (CANCER) 22 มิ.ย. - 22 ก.ค.

          การ ทำงานกับหัวหน้า ดูราบรื่น ไร้คลื่นลม แถมจะได้ผลงานเต็มๆ อีกต่างหาก แต่การทำงานกับลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานดูไม่ค่อยราบรื่นมากนัก มีภาวะถูกกลั่นแกล้งเอาได้ เช็กดูเก้าอี้ที่นั่งทำงานว่าเราไม่ได้นั่งหลังลอย และไม่มีมุมเสามาชนกับตำแหน่งที่นั่ง และถ้าจะให้ดี ลองหาน้ำล้นอันเล็กๆ สวยๆ มาวางไว้ที่โต๊ะทำงานเพื่อกระตุ้นโชคดูนะคะ

 
 ราศีสิงห์ (LEO) 23 ก.ค. - 23 ส.ค.

          โอกาส ด้านการงานมีเข้ามามาก มีทั้งงานนอก งานใน เรียกได้ว่าล้นมือเต็มไปหมดเลย โดยเฉพาะใครที่ทำงานกับคนต่างชาติ ต่างภาษา จะมีผลงานอันได้หน้าเอามากๆ กระตุ้นโชคด้วยการหารูปภาพดอกทานตะวันมาประดับบริเวณโต๊ะทำงาน และให้หาผ้าคลุมไหล่เก๋ๆ มาติดที่ทำงานอยู่เสมอ เพื่อกระตุ้นโชคด้านการปรับตัวค่ะ

 
 ราศีกันย์ (VIRGO) 24 ส.ค. - 22 ก.ย.

          งาน ยุ่งเชียวค่ะ คุณเป็นคนทำงานเก่ง ถึงขั้นบ้างานกันเลยทีเดียว จะได้รับมอบหมายให้ดูแลงานที่สำคัญ ได้หน้ามากกว่าเดิม แถมมักจะถูกเพื่อนร่วมงานเอางานมาให้ช่วยสะสางอยู่บ่อยๆ สะท้อนดาวร้ายที่ทำให้ต้องยุ่งเหยิงออกไปด้วยการแต่งบริเวณโต๊ะทำงานด้วยต้น ไผ่ปลอมสักต้นก็ดีนะคะ


single-line-furniture
 
 ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน
 
 
 
 ราศีตุลย์ (LIBRA) 23 ก.ย. - 23 ต.ค.

          น่า จะต้องเจอสภาวะที่จะถูกชักจูง หรือมีเรื่องจูงใจให้เปลี่ยนงาน แต่ไม่ได้สวยใสกว่างานเดิมนักหรอกค่ะ หากต้องการกระตุ้นโชคด้านการงานในปีนี้ คุณต้องเน้นไปที่ทิศใต้ของโต๊ะทำงาน ลองหาเต่าตัวน้อยๆ มาวางเพื่อกระตุ้นโชคด้านการงานอันมั่นคง แข็งแกร่ง


 
 ราศีพิจิก (SCORPIO) 24 ต.ค. - 22 พ.ย.

          ดู เหนื่อย และมีเรื่องกดดัน หรือมีเนื้องานที่คาดหวังกับตัวคุณมากเอาการ ประมาณว่างานนี้ขาดคุณไม่ได้ มันจะขาดใจเอาได้ซะงั้นแหละ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องมาขึ้นตรงกับคุณแทบทั้งหมด เรียกได้ว่าได้รับความไว้วางใจจากองค์กรและคนในหน่วยงานมากซะจนคุณอึดอัด สิ่งที่คุณได้รับมอบหมาย คุณจะสะสางงานได้ดี ปีนี้จะต้องได้รับเชิญไปงานสัมมนา หรืองานประชุมครั้งสำคัญ และการเดินทางเกี่ยวกับเรื่องงานเด่น ต้องเดินทางบ่อยขึ้น

          สำหรับ คนราศีพิจิก โต๊ะทำงานควรมีสามเหลี่ยมรูปปิระมิด หรือที่ทับกระดาษแบบแก้วใสรูปสามเหลี่ยมไว้ป้องกันพลังที่เลวร้ายยามดวงตก พุ่งเข้าใส่ตัวคุณ หรือมีตู้กระจกเพื่อใส่ของสำคัญ หรือของโชว์ตั้งไว้ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาก็ตั้งเครื่องเสียง หรือคอมพิวเตอร์ 



 
 ราศีธนู (SAGITTARIUS) 23 พ.ย. - 21 ธ.ค.

          โอกาส ที่จะได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนงานมีเด่นเอามากๆ แต่ไหงดูมันช่างติดโน่นติดนี่มากจัง แถมคุณชอบที่จะวางแผนโน่นนี่นั่นไว้เต็มไปหมด ทำงานเหมือนกดดันตัวเองมากไปหน่อย ลองกระตุ้นพลังงานด้านบวกที่โต๊ะทำงานด้วยการหาม้าสวยๆ มาวาง เพื่อทำให้มีงาน มีเงิน มีผลงานเข้ามา ได้ราบรื่นมากขึ้น

 
 ราศีมังกร (CAPRICORN) 22 ธ.ค. – 20 ม.ค.

          โดย รวมจัดว่าดีค่ะ ความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านายดูหลั่นล้าดี เนื่องจากคุณเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง และมีความตั้งใจในการทำงานอันล้นหลาม แต่กับเพื่อนร่วมงานเนี่ยสิ ดูไม่ค่อยจะเข้าที มีเรื่องถูกใส่ร้าย หรือถูกนินทาบ่อยเชียว สะท้อนเรื่องแย่ๆ ออกไปด้วยการตั้งไก่ตัวผู้บนโต๊ะทำงานกันหน่อยดีกว่านะคะ และอย่าไปใส่ใจกับเสียงคนรอบข้างที่ทำให้คุณจิตตกให้มากนักล่ะ

 
 ราศีกุมภ์ (AQUARIUS) 21 ม.ค. - 18 ก.พ.

          น่า จะได้พานพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ มีการไขว่คว้าหาโอกาสใหม่ๆ หรือการได้รับโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้นกับชีวิตการงานของคุณนะคะ กระตุ้นโชคที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้เป็นด้านบวก โดยการหาปลาโลมาน่ารักๆ มาตั้งไว้บนโต๊ะ และให้หาดอกกล้วยไม้สีม่วงแดงมาวางประดับโต๊ะทำงานค่ะ

 
 ราศีมีน (PISCES) 19 ก.พ. -  20 มี.ค.

          ดูแล ผลงานของคุณให้ดีๆ นะคะ ไม่งั้นคนที่คุณไว้ใจเค้าอาจจะทำให้คุณผิดหวังเอาได้ ทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจเกี่ยวกับหน้าที่การงาน หรือเนื้องานที่คุณทำร่วมกันโดนฉกไปซะหน้าตาเฉย ต้องรอบคอบให้มากขึ้น และไม่ควรจะไว้ใจใครมากเกินไป กระตุ้นพลังงานด้านโชคด้วยการหาลูกบอลไฟสีสวยๆ มาวางที่ทำงาน และให้หาตุ๊กตาช้างมาตั้งให้หันหน้าเข้าหาคุณ เพื่อเป็นการอัพเกรดดาวอำนาจให้ตัวคุณอีกระลอก

 

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

8 วิธีดับอารมณ์ร้อน


 

 
1. นับ 1-10 .....  ไม่ใช่เรื่องตลก..ก ในยามที่คุณไม่สบอารมณ์กับคำพูดของเพื่อนบางคน แล้วแทนที่จะสวนกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบพอกัน กลับปรับอารมณ์ตัวเองด้วยการนับ 1 -10 ในใจ เพื่อที่จะห้ามตัวเอง และมีเวลาพิจารณาคำพูดของเพื่อน ๆ ว่า กำลังอยู่ใน อารมณ์ที่กำลังเย้าแหย่เล่น มากกว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็ป่วยการที่จะโกรธเคืองให้งานกร่อย ปล่อยให้เล่นสนุกไปสักพักเดี๋ยวก็เลิกเล่นกันเองแหล่ะ แต่ถ้ายังทนไม่ไหว ก็เพิ่มจาก 10 เป็น 20 30 จนถึง 100
2.เลี่ยงหลบๆ ไปให้พ้น .....  ถ้ารู้ว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน และมักจะใช้กำลังทำลายข้าวของ หรือแม้กระทั่งคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า วิธีการเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นเป็นการดีที่สุด สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวออกไปจากจุดนั้น จนกว่าจะสามารถระงับอารมณ์ตัวเองได้ จึงหันหน้ากลับมายังทิศทางเดิมเพื่อสะสางปัญหา
3. ตังใจฟัง..... ระหว่างการอภิปรายหรือโต้เถียงอย่างรุนแรง และคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกพาดพิง และวิจารณ์อย่างดุเดือด การโต้ตอบทันทีทันใดแบบเลือดขึ้นหน้า เป็นการเปล่าประโยชน์และแสดงวุฒิภาวะทางอารมณ์อย่างไม่ควจจะเป็น การตั้งใจฟังจะทำให้คุณใคร่ครวญ ถึงคำพูดที่ถูดพาดพิงได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพราะคนที่พูดนั้นมีโอกาสที่จะพลาดได้มากกว่าคนที่ไม่พูดอะไรเลย
4.หมั่นฝึกสมาธิ..... สมาธิเป็นการฝึกจิตชั้นดีที่สุดที่สามารถทำให้คนอารมณ์ร้อนกลายเป็นคนอารมณ์ เย็น สุขุมนุ่มลึก สมองปลอดโปร่ง แล้วบรรดาเรื่องต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถกวนคุณให้อารมณ์ปะทุขึ้นได้โดยง่าย
5.ฝึกอ่านหนังสือตั้งแต่ต้นจนจบ..... เปิดหนังสือหน้าแรกก็ต้องรีบวาง ไม่ใช่ว่าหนังสือหน้าเบื่อ แต่เป็นเพราะคุณไม่อาจทนต่อการอ่านหนังสือจนจบได้ ดังนั้นการฝึกอ่านหนังสือตั้งแต่หน้าแรกไปถึงหน้าสุดท้าย นอกจากจะได้ความคิดดี ๆ แล้ว ยังลดความพลุ่งพล่านทางอารมณ์ของคุณได้อีกด้วย
6.คิดหาเหตุผล..... หลักการทางวิทยาศาสตร์ยังใช้ได้ดีกับคนอารมณ์ร้อนอีกด้วย จงใช้วิจารณญาณ ในการคิดและตัดสินใจ จะพบว่าที่เคยร้อนจะผ่อนคลายลงเป็นเย็นเยียบ และเฉียบขาดในการแก้ไขปัญหานั้น ๆ
7.ฝึกขอโทษ.....  คำว่าขอโทษสามารถระงับอารมณ์ร้อนของคุณเองได้ แล้วยังสามารถระงับอารมณ์เดือด ๆ ของคนอื่นได้ด้วย การเริ่มตันในบางสถาณการณ์ด้วยคำว่าขอโทษ องศาเดือดที่ทำท่าว่าจะคุกรุ่นย่อมลดลงด้วยเช่นกัน
8.ยิ้มเข้าไว้ .....  คุณเคยยิ้มแบบเสแสร้งไหม ? ยิ้มแบบที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ยิ้มแก้เขิน ยิ้มทั้ง ๆ ที่ไม่อยากยิ้ม แต่เมื่อยิ้มออกไปแล้วจะไม่มีภัยมาถึงตัว เพราะรอยยิ้มคือมิตรภาพ คือความอบอุ่น คือไมตรีจิตที่ส่งถึงกันได้ การยิ้มบ่อย ๆ จะสามารถระงับอารมณ์ร้อน ๆ ของคุณได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว



สาวไทยใจถึง

























วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

10 อันดับ วัดที่สวยที่สุดในโลก

1 - Tiger's Nest Monastery, Phutan



ถือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุด ของภูฐาน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 700 เมตร
จากพื้นล่างในหุบเขาปาโร และด้วยระดับความสูง 3,120 เมตร
จากระดับน้ำทะเล ฉายาว่า “รังเสือ” ของวัดนี้ ได้มาจากตำนานเก่า
ที่เล่าว่า พระรินโปเช (Padmasambhava - Guru Rinpoche)
ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่นิกายมหายานในภูฐาน ได้เหาะมาที่นี่บนหลังเสือ
และได้เข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในถ้ำ เป็นเวลาถึง 3 เดือน
หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2227 จึงเริ่มมีการสร้างวัดขึ้น

2 - Wat Rong Khun in Chiang Rai



วัดร่องขุ่น (Wat Rong Khun) ออกแบบและก่อสร้างโดย
อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งปรารถนาจะสร้างวัด
ให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2540
จากเดิมมีเนื้อที่ 3 ไร่ ได้ซื้อที่ดินเพิ่มและมีผู้บริจาคคือ
คุณวันชัย วิชญชาคร จนปัจจุบันมีเนื้อที่ 9 ไร่

3 - Prambanan : Hindu temple, Indonesia



วัดฮินดูพรัมบานัน : Prambanan Temple
พรัมบานันเป็นวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซียหรือจะเรียกว่า
ใหญ่ที่สุดในเอเซียอาคเนย์เลยก็ได้ ตั้งอยู่ที่เมืองพรัมบานัน
ตอนกลางของเกาะชวา และอยู่ไม่ไกลจากยอกยากาตาร์มากนัก
วัดถูกสร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1340 โดยสันนิษฐานว่า
น่าจะสร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์ Rakai Pikatan
จากราชวงศ์ Mataram ที่ 2 หรืออาจะสร้างในสมัยกษัตริย์
Balitung Maha Samba จากราชวงศ์ Sanjaya
ได้รับความเสียหายมากในช่วงปี 2006 เพราะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่นี่

4 - The Shwedagon Paya (or Pagoda), Myanmar



พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ
เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุ
พระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น
ตามตำนาน เจดีย์ชเวดากองนั้นสร้างเมื่อง 2,500 ปีที่แล้ว
แต่นักโบราณคดีเชื่อกันว่าสร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6-10
สร้างโดยชาวมอญ ตามตำนานนั้นเริ่มจากว่า มีสองพี่น้อง
พ่อค้า 2 คน ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้ามา พระองค์จึง
ประทานพระเกศามา 8 เส้น พระเจดีย์ได้ถูกทิ้งร้าง
จนมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 รัชสมัยพระเจ้าพินยาอู
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์ใหม่สูง 18 เมตร
พระเจดีย์ได้ถูกซ่อมแซมมาเรื่อยมา จนมามีความสูง 98 เมตรในปัจจุบัน
บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด โดยเฉพาะ
ชั้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 72 กะรัต และทับทิม 2,317 เม็ด

5 - Temple of Heaven : a Taoist temple in Beijing



หอฟ้าเทียนถานเป็นสถานบวงสรวงเทพยดาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
ซึ่งยังคงรักษาไว้ในจีน ประกอบด้วยตําหนักฉีเหนียนเตี้ยน ตําหนักหวงฉงอี่
และลานหยวนชิว เป็นต้น เทียนถานตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกรุงปักกิ่ง
มีเนื้อที่ทั้งหมด ๒๗๓ เฮกต้าร์ เป็นสถานซึ่งจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง
และราชวงศ์ชิงใช้เป็นที่บวงสรวงเทพยดา ในระยะย่างเข้าฤดูหนาว
ถึงเดือนอ้ายตามจันทรคติทุกปี พระจักรพรรดิจะเสด็จไปประกอบ
พระราชพิธีบวงสรวงที่นั่นเพื่อให้การเก็บเกี่ยวได้ผลอุดม

6 - Chion-in Temple : Kyoto, Japan



วัดจิออนอิน (Chion-in temple) พื้นที่ของวัดนั้ใหญ่โตอลังการ
แทรกตัวอยู่ในเขาเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นมาก
วัดนี้สร้างในปี ค.ศ. 1234 เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้ก่อตั้ง
ศาสนาพุทธนิกายโจโด เป็นนักบวช ชื่อว่า Honen

7 - Borobudur, Indonesia



บุโรพุทโธ ( Borobudur ) พุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์
ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8-9 โดยกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร
ตั้งอยู่บนเนินสูงของเกาะชวาภาคกลาง ห่างจากเมือง
ยอกยากาตาร์ ( Yogyakata ) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ประมาณ 40 กิโลเมตร ถือเป็นโบราณสถาานขนาดใหญ่
และเป็นศูนย์รวมแห่งความภาคภูมิใจของชาวอินโดนิเซีย
และชาวพุทธทุกคน ซึ่งหวังจะไปแสวงบุญสักครั้งในชีวิต
เจดีย์บุโรพุทโธรูปทรงดอกบัวนี้ก่อสร้างตามแบบศิลปะฮินดู-ชวา
หรือศิลปะชวาภาคกลางที่ผสมผสาานระหว่างอินเดียและอินโดนีเซีย
ได้อย่างกลมกลืนที่สุด บุโรพุทโธเปรียบเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

8 - The Harmandir Sahib : the Golden Temple in Punjab



วิหารฮัรมันดิร ซาฮิบ หรือ วิหารทองคำ เป็นวิหารที่สำคัญที่สุด
ในศาสนาซิก ตั้งอยู่ที่เมืองอัมริตสาร์ เมืองหลวงของ
แคว้นปัญจาบ ทางภาคเหนือของประเทศอินเดีย

9 - The Temple of Srirangam
( Sri Ranganathaswamy Temple)




วัดนี้อยู่ในประเทศอินเดีย เมือง Tiruchirapalli
หรือ Trichy เป็นวัดของศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก

10 - Ankor Wat : the largest temple in history



ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) เป็นเทวสถานฮินดูลัทธิไวษณพนิกาย
ที่นับถือพระวิษณุเป็นเทพเจ้าสูงสุด สร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2
เมื่อช่วงครึ่งแรกคริสต์ศตวรรษที่ 12 เพื่ออุทิศถวาย
แด่องค์พระวิษณุที่พระองค์เชื่อว่า เป็นร่างของพระองค์เอง
ในขณะที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ และหลังจากสิ้นพระชนม์ไปแล้ว
ศาสนสถานแห่งนี้ ก็จะเป็นพระราชสุสานที่พระองค์
จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระวิษณุ

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รอยสักบนตัวหมู !! ศิลปะชวนอึ้ง โดย Wim Delvoye ช่างสัีกชาวเบลเยี่ยม

รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 1

อาจจะ เป็นภาพที่น่าทึ่ง หรือน่าอึ้งอยู่สักหน่อย เมื่อเราได้เห็นงานศิลป์อยู่บนตัวสัตว์สี่เท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเป็นรอยสัก !! ซึ่งอันที่จริง Wim Delvoye ศิลปิน ช่างสักชาวเบลเยี่ยมท่านนี้ได้บรรจงละเลงงานสักบนตัวเจ้าหมูทั้งหลายมานาน เกือบสิบปีแล้วครับ ตั้งแต่ 1992 ที่สหรัฐฯ และดำเนินต่อมาที่ประเทศจีน งานสักบนตัวหมูของเค้าก็มีหลากหลายทั้งลวดลายดอกไม้ใบหญ้า, การ์ตูนดิสนี่ย์, ลายพั๊งค์ๆ อย่างหัวกะโหลก ไปจนถึงลวดลายที่อ้างอิงจากไบเบิ้ลก็มี ... ทั้งนี้ Delvoye บอกว่าหมูของเค้านี้เลี้ยงไว้เฉพาะกิจเพื่อการสักเท่านั้น ไม่ได้เลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารเลยสักตัว เพราะเค้าเป็นมังสวิรัติครับ

รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 2
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 3
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 4
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 5
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 6
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 7
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 8
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 9
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 10
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 11
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 12
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 13
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 14
รอยสักบนตัวหมู ศิลปะที่ชวนอึ้ง รูปที่ 15